วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่13

วันพฤหัสบดี8 พฤศจิกายน 2561
เวลาเรียน 8:30 - 11:30น.
อาจารย์กฤตธ์คฤณน์ ตุ๊หมาด
🍑🍑🍑🍑🍑🍑🍑🍑🍑🍑🍑


วันนี้มูลนิธิเด้กอ่อนในสลัม 
ที่นี่จะมีน้องอายุ 3 เดือน ถึง 6 ขวบ จะแบ่งเป็น 3 ห้อง มีห้องเด็กอ่อน เด็กกลางและเด็กโต 
เราไปทุกห้องเลย สนกดี มีเด็กท้องเสีย กลิ่นก็จะตุๆหน่อย 
ได้ป้อนข้าวน้อง ดูน้องกิน แอบหิวตาม 😖


บทที่ สภาพปัญหา และแนวโน้มการจัดการศึกษาปฐมวัย

1.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
ตอบ  1. การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตรระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน
2. การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมายรูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษาโดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม
3. การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อมสื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น ๆ

2.จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาการจัดการศึกษา และการเลี้ยงดูเด็กทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ทั้งนี้อาจมีสาเหตุเนื่องจากการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย ในประเทศไทยในปัจจุบันยังขาดทิศทาง และความเป็น เอกภาพ ไม่มีนโยบายเด็กปฐมวัยที่ชัดเจนจากรัฐบาล รวมตลอดถึงไม่มีการกำหนดหลักการและมาตรฐานการดูแลเด็กระดับชาติเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

3.จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ3 – 5 ปี
ตอบ  1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง
2. พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็ก การจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ โดยการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคู่สมรสและคนหนุ่มสาวในเรื่องการวางแผนครอบครัว
3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพของครูและพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
4. ส่งเสริมให้มีการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และวิธีการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็ก
5. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มีผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย
6. รัฐควรมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม
7. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหา องค์กรกลุ่มบุคคล หรือครอบครัวที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์
8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น
9.พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุในการเลี้ยงดูเด็ก

4. จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  รับผิดชอบประสานงานให้ความช่วยเหลือและแนะนำทางวิชาการด้านการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองโดยเฉพาะในรูปแบบของการศึกษานอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างกว้างขวางและทั่วถึง โดยผ่านทางสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อพื้นบ้านต่าง ๆ

5.จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
ตอบ  1. มีการยอมรับความสำคัญของปฐมวัยในรูปของการกระทำมากยิ่งขึ้น จากความเชื่อเดิมที่ว่า เด็กบางคน ยังเด็กเกินไปที่จะเรียน
2. มีการยอมรับว่า การเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับเด็กในปฐมวัยมีส่วนช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้น การจัดเตรียมความพร้อมของเด็กอย่างมีระบบในรูปของสถานศึกษาปฐมวัย จึงมีความจำเป็นเพื่อช่วยพ่อแม่อีกแรงหนึ่ง
3. พ่อแม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งในการเตรียมความพร้อมของเด็กที่มิใช่สถานที่สอนให้เด็กปฐมวัยต้องมาอ่าน เขียน หรือคำนวณ
4. โดยที่ลักษณะของครอบครัวไทย เริ่มเปลี่ยนจากครอบครัวขยายมาเป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีแต่พ่อแม่ลูก เมื่อพ่อและแม่ออกจากบ้านไปทำงานทั้งคู่ หากมีเด็กในวัยปฐมวัยก็จำเป็นต้องหาที่เลี้ยงดูเด็กให้บุตรของตน
5. ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์การของรัฐและเอกชน หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้ให้ความสนใจงานพัฒนาเด็กปฐมวัยมากขึ้น
6. ผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดไว้เด่นชัดถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ บทบาทพ่อแม่ในครอบครัวและสมาชิก ชุมชน การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีการศึกษามีส่วนกระตุ้นให้องค์การของรัฐกำหนดเป็นนโยบายในการให้การศึกษาปฐมวัย

6. จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
ตอบ  1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากรตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ให้ชัดเจน
2. จะไม่ขยายการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาภาคบังคับ เพราะต้องใช้งบประมาณ
สูงมาก และเนื่องจากประชาชนเห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับนี้ จึงส่งบุตรหลานเข้ารับบริการเองด้วยความสมัครใจ

7. จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้ คำแนะนำ และความช่วยเหลือทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 0 – 6 ปีอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ

8. จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนมี ส่วนช่วยเหลือและร่วมมือกันในการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งร่วมมือกันใน
การให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย จึงควรมีการผลักดันให้องค์กรของรัฐที่มีอยู่ในชุมชนได้แก่ โรงเรียนอนุบาล สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานีอนามัย โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด พัฒนาชุมชน และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และองค์กรเอกชนอื่น ๆ เช่น ชมรมแม่บ้าน ชมรมครูและผู้ปกครองของโรงเรียนและกลุ่มอาสาสมัครต่างๆมีส่วน ช่วยเหลือและร่วมมือในการให้บริการการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้มีความรู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

9. จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้ คำแนะนำ และความช่วยเหลือโดยการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นชมรม และเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อร่วมมือกันในการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีรูปแบบตั้งแต่การรวมกลุ่มกันในโรงเรียนในบทบาทการเป็นคณะกรรมการโรงเรียนการรวมกลุ่มกันเป็น ชมรมพ่อแม่ ผู้ปกครอง

10. แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรเห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยเนื่องจากเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพ เพราะในวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญและมีการพัฒนาการมากที่สุดในช่วงชีวิต ไม่ควรที่จะละเลยความสำคัญของเด็กปฐมวัย

บทที่ นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยของต่างประเทศ

     1.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี
     ตอบ   การสอนแบบมอนเตสซอรี (Montessori) เป็นนวัตกรรมที่เริ่มจากการพัฒนาแนวการสอนเพื่อใช้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญามาใช้กับเด็กปกติ โดยให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เน้นการฝึกฝนด้านประสาทสัมผัส เปิดโอกาสให้เด็กค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง จากสภาพแวดล้อมที่ครูจัดไว้ในห้องเรียน ซึ่งสิ่งที่เด็กเข้าไปเรียนรู้เรียกว่างาน ทำให้เด็กได้ใช้และพัฒนาประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ปาก และสัมผัส

     2. จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี
     ตอบ   มอนเตสซอรี่มีความเชื่อว่าการเรียนรู้และซึมซับด้วยตนเองในเสรีภาพที่มีขอบเขตจาก
     สิ่งแวดล้อมที่เตรียมไว้จะทำให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรของมอนเตสซอรี่แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆได้แก่ การศึกษาทางด้านทักษะกลไก (motor education) การศึกษาทางด้านสัมผัส (education of the senses) และการเตรียมสำหรับการเขียนและคณิตศาสตร์ (preparation for writing and arithmetic) โดยมีการประเมินผลซึ่งการสอนตามแนวคิดของมอนเตสซอรี จะมีการประเมินผลการเรียนของเด็ก โดยการสังเกตเด็กจากสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
     1. ความสามารถในการทำกิจกรรมแต่ละกลุ่ม
     2. การใช้อุปกรณ์การเรียนแต่ละชิ้นเมื่อครูได้สังเกตเด็กแล้วครูจะรายงานผลการเรียนให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ ซึ่งการรายงานผลการเรียนจะทำได้หลายรูปแบบ เช่น การส่งผลงานเด็กกลับบ้าน การสนทนากับผู้ปกครอง การให้ผู้ปกครองเข้ามาสังเกตในห้องเรียน

      3. จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
ตอบ  เป็นนวัตกรรมที่มีความเชื่อว่าการสอน ภาษาให้กับเด็กจะต้องเป็นภาษาที่สื่อความหมาย โดยให้เด็กเรียนรู้จากการเล่น เป็นการสอนภาษาแบบ บูรณาการ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อม ๆ กับสิ่งแวดล้อมหรือ สภาพการณ์ จริงจะช่วยให้ภาษานั้นง่ายต่อการเรียนรู้ 

     4.  จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
ตอบ   1. การพูดเป็นทักษะพื้นฐานของการอ่าน และการเขียน
2. ให้เด็กเห็นตัวอย่างของการพูดที่ถูกต้อง
3. เด็กควรมีโอกาสได้พูดให้มากและให้เห็นว่า ภาษาพูดจะกลายมาเป็นการเขียนและการอ่านได้อย่างไร โดยการให้เด็กเขียนในสิ่งที่เขาคิดและเล่าเป็นเรื่องราวออกมา
4. การอ่านควรมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เข้าใจเรื่องราว และมีจุดมุ่งหมายในการอ่าน
5. สิ่งที่อ่าน ควรมีระดับความยากง่ายเหมาะสมกับระดับความสามารถของเด็ก
6. ครูควรให้กำลังใจและให้การเสริมแรง

5. จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย
ตอบ  การเรียนการสอนไม่ใช่การถ่ายโอนข้อมูลความรู้จากผู้สอนไปสู่เด็ก แต่สิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กอยากรู้และค้นหาคำตอบที่ตนสนใจการจัดการศึกษาตามแนวคิดนี้เป็นการวางรากฐานให้เด็กเกิดทัศนคติที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้ มีความสนใจใฝ่รู้
บรรยากาศ สิ่งแวดล้อมจะช่วยหล่อหลอมให้เด็กเกิดความสุขในการเรียนรู้

6.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเลีย
ตอบ  1. ครูต้องมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองศักยภาพของเด็กอย่างเหมาะสม เพราะเด็กทุกคนมีความพร้อม มีศักยภาพ มีความกระตือรือร้น สนใจที่จะมี ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และสร้างสัมพันธภาพ การเรียนรู้และพร้อมที่จะเรียนรู้ทุกสิ่ง
2. การศึกษาของเด็กมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างเด็ก ครอบครัว ชุมชน ครูโรงเรียนและสังคมอย่างลุ่มลึกและเป็นระบบ การเรียนการสอนจึงต้องเป็นการกระทำที่สนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อการพัฒนาเด็ก
3. เด็ก ครูและผู้ปกครอง มีสิทธิที่จะทำงานร่วมกันในการให้การดูแลและให้การศึกษาที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาศักยภาพเด็ก
4. ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการจัดประสบการณ์และสวัสดิการให้แก่เด็กในโรงเรียน
5. โรงเรียนต้องเป็นสถานที่สำหรับให้เด็กแสดงผลงานการเรียนรู้ เด็กและครูสามารถนำมาเสนอจัดและตกแต่งด้วยตนเองได้
6. ครูต้องสนับสนุนให้เด็กทำงานกับเพื่อน อาจจะเป็น 2 คน 3 คน 4 คน หรือ คน เพราะจะทำให้เด็กได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดและพัฒนากลไกการสื่อสารอย่างทั่วถึง
7. ให้เวลาแก่เด็กในการศึกษาเต็มที่และต่อเนื่อง โดยไม่กำหนดเวลาและกิจกรรม เพราะการทำโครงการการเรียนรู้ของเด็กอาจทำทั้งวันก็ได้ ขึ้นอยู่กับงานและความสนใจของเด็ก
8. ครูต้องเป็นส่วนหนึ่งของเด็กในการร่วมคิด ร่วมทำครูต้องรู้แผน และกระบวนการดำเนินการเรียนรู้ของเด็ก พร้อมเป็นแหล่งข้อมูล เป็นผู้ให้กำลังใจ สนับสนุน สนทนา ตอบคำถาม แนะนำและสังเกตการทำงานของเด็กให้เป็นไปตามโครงการที่กำหนดหรือปรับแผนเมื่อเด็กต้องการ
9.ใน การสอนตามแนวเรกจิโอ เอมีเลีย เน้นถึงการทำงานของครูเป็นคู่ที่ต้องเป็นการ
ทำงานแบบ ร่วมมือ ร่วมใจช่วยกันในฐานะเดียวกัน งานหลักคือการพัฒนาเด็กให้เกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมายของการศึกษา ความร่วมมือร่วมใจนี้จะสานต่อถึงความร่วมมือกับผู้ปกครองผู้บริหาร และชุมชน
10. ครูเปรียบเสมือนผู้สื่องานศิลป์ เด็กคือผู้ผลิตงานศิลป์ ครูและเด็กจะร่วมกันสื่อสารเรียนรู้ด้วยงานศิลป์ที่บ่งบอกถึงความรู้ความเข้าใจของเด็ก ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอน จึงต้องมีครูที่มีความรู้ความสามารถทางทัศนศิลป์ ทำงานร่วมกับเด็กเพื่อให้การจัดแสดงเชิงศิลป์เป็นมุมศิลปะที่แท้จริง
11. การจัดทำสารนิทัศน์เป็นสื่อสำคัญของการสร้างสรรค์งานเรียนรู้ เอกสารที่ครู
จัดเก็บและแสดงเป็นงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายหรือผลงานของเด็กมีความหมายมาก สำหรับครูและเด็ก ผลงานที่จัดแสดงจะบอกถึงผลงานครู ความก้าวหน้าของเด็กที่ผู้ปกครองควรทราบ และเป็นงานที่เด็กภาคภูมิใจ
12. หลักสูตรหรือประสบการณ์การเรียนรู้ต้องเกิดจากการตัดสินใจเลือกของเด็ก
จากการสนทนาอภิปรายระหว่างเด็กหรือระหว่างเด็กกับครู
13. โครงการเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและครู ซึ่งอาจมา
จากการอภิปรายหรือประสบการณ์ของเด็กก็ได้ โครงการจะเป็นจุดสร้างทางการศึกษาของเด็กในการที่จะให้ได้มาซึ่งความรู้และการค้นพบ การใช้เวลาสั้นยาวมากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการ บางโครงการอาจใช้เวลา 2 – 3 วัน แต่บางโครงการอาจใช้เวลาเป็นเดือน

7. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป
ตอบ  การจัดการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป เน้นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ (active learning) ผ่านมุมประสบการณ์ที่หลากหลายด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก โดยประยุกต์ใช้กับประสบการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีหลักในการปฏิบัติดังนี้
1. การวางแผน (plan) เป็นการสนทนาระหว่างเด็กกับครูเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กสนใจจะเรียนรู้ รวมถึงวิธีการดำเนินกิจกรรมของเด็ก ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เด็กปฏิบัติกิจกรรม ต่าง ๆ ด้วยความรู้สึกที่ดี การวางแผนกิจกรรมอาจแสดงให้ผู้อื่นรับรู้ถึงขบวนการวางแผนจากภาพกิจกรรมหรือสัญลักษณ์ประจำตัวเด็ก
2. การปฏิบัติ(do) เป็นการทำกิจกรรมตามที่เด็กวางแผนไว้ โดยมีครูเป็นผู้ให้
ค าแนะนำช่วยเหลือด้านความคิดในจังหวะที่เหมาะสม การทำงานของเด็ก เด็กจะทำด้วยตัวของเขาเอง หรือร่วมกับเพื่อนอย่างอิสระตามเวลาที่ครูกำหนด รวมทั้งการช่วยจัดเก็บของให้เรียบร้อยหลังจากการทำกิจกรรม
3. การทบทวน (review) เป็นช่วงกิจกรรมการสนทนา อภิปรายถึงผลงานที่เด็กทำและทบทวนว่าเด็กได้ทำตามสิ่งที่ตนเองวางแผนไว้หรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงการวางแผนอย่างไรด้วยเหตุผลใดกระบวนการวางแผน การปฏิบัติ
8. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบโครงการ
ตอบ  1. หัวข้อการเรียนเกิดมาจากความสนใจและประสบการณ์ของเด็ก ซึ่งครูพิจารณา
เห็นว่ามีคุณค่าต่อการเรียนรู้
2. ประสบการณ์การเรียนรู้ เด็กต้องได้ประสบการณ์ตรงลงมือปฏิบัติอย่างเต็มที่ มี
ปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สังคม และสิ่งแวดล้อม
3. ประสบการณ์การเรียนรู้ที่จัดให้เด็กต้องต่อเนื่อง และมีเวลาเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็น
กิจกรรมในชั้นเรียนหรือการศึกษานอกสถานที่
4. เนื้อหาของโครงการเกิดจากความเข้าใจของเด็ก เด็กได้คิด ได้เรียนรู้ตาม
กระบวนการอย่างมีขั้นตอน สามารถพัฒนาเนื้อหาการเรียนรู้จากความสนใจและข้อค้นพบของเด็ก
5. ต้องเป็นผู้ช่วยเหลือ ผู้ร่วมงาน และผู้กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ด้วยการแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมในกิจกรรม
6. การดำเนินโครงการ ต้องจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับเด็ก
7. บอกขั้นตอนการทำกิจกรรมให้เด็กรับรู้เพื่อประเมินความก้าวหน้า ซึ่งกิจกรรม
หลักในโครงการ ได้แก่ การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การทัศนศึกษา การสืบค้น และการนำเสนอผลงาน
การสอนแบบโครงการจะดำเนินการเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 ระยะเริ่มต้นโครงการ ครูและเด็กจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับ
หัวข้อที่ต้องการศึกษา โดยคำนึงถึงความต้องการ ความสนใจและความเหมาะสมกับวัยของเด็ก
ระยะที่ 2 ระยะดำเนินโครงการ ระยะนี้ถือเป็นหัวใจของการสอนแบบ โครงการ
ทั้งนี้เพราะเด็กจะต้องเป็นผู้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจากวิธีการที่หลากหลาย เช่น การทัศนศึกษา การสนทนาพูดคุย การทดลอง การสืบค้นข้อมูล ในระยะนี้เด็กจะได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ มีการทดสอบสมมติฐานปรับปรุงแก้ไขผลงานในโครงการให้เป็นผลสำเร็จ เด็กมักจะใช้เวลาทำโครงการในระยะนี้มากกว่าทุกระยะ
ระยะที่ 3 ระยะสรุปโครงการ เป็นการสรุป ทบทวน สิ่งที่เด็กเรียนมาด้วยการ
เสนอผลการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การแสดงผลงาน การจัดนิทรรศการ การสาธิต เพื่อให้ครูผู้ปกครอง เพื่อน ๆ ได้ชมผลงาน และกิจกรรมที่จัดขึ้น เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมแล้วเด็กและครูจะร่วมกันประเมินผลการเรียนรู้จากโครงการ
9. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
ตอบ 1. ความสม่ำเสมอ การจัดการเรียนการสอนต้องมีแบบแผนที่แน่นอน จะทำให้เด็ก
เกิดความมั่นคงภายใน
2. การทำซ้ำ การทำซ้ำทำให้เด็กได้มีโอกาสซึมซับ ทำความเข้าใจต่อสิ่งต่าง ๆ อย่าง
ถ่องแท้ และเกิดความชำนาญ
3. ความเคารพและเห็นคุณค่า บรรยากาศในห้องเรียนและการปฏิบัติตัวของครู จะ
ทำให้เด็กเป็นผู้มีความสำนึกรู้คุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว
การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามวิถีธรรมชาติ โดยครูจะพิจารณาจัดกิจกรรมให้
สอดคล้องกับจังหวะ กาลเวลา และความสนใจของเด็ก การจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยตามแนวคิดของวอลดอร์ฟ จะไม่เน้นเนื้อหาเป็นรายวิชา ไม่ใช่สื่อการสอนที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโทรทัศน์ การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนไม่เน้นการแข่งขันกัน ครูจะไม่ประเมินผลเด็กโดยการให้คะแนน ให้เด็กเรียนรู้ผ่านงานศิลปะ ดนตรี และธรรมชาติรอบตัว

10. จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อมให้เหตุผลประกอบ
ตอบ การสอนภาษาแบบธรรมชาติ
ให้เด็กเรียนรู้จากการเล่น เป็นการสอนภาษาแบบบูรณาการ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อม ๆ กับสิ่งแวดล้อมหรือ สภาพการณ์
จริงจะช่วยให้ภาษานั้นง่ายต่อการเรียนรู้
เพราะการที่เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองจะทำให้เกิดการพัฒนาได้อย่างมีคุณค่า
บทที่ 6  นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยของไทย

1.จงอธิบายถึงความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย

ตอบ  การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยมีรูปแบบหลากหลาย ทั้งนี้ต่างมี จุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือ เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับเด็ก ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย ซึ่งครูปฐมวัยควรมีความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับความหมาย และความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย

2.จงอธิบายถึงความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยที่มีต่อเด็กปฐมวัย
ตอบ  เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยเป็นการนำแนวคิดและวิธีการในการจัดการศึกษาปฐมวัย เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการโดยองค์รวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สอดคล้องกับหลักพัฒนาการและธรรมชาติของเด็กปฐมวัย


3.จงอธิบายถึงทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ  ทฤษฎีและหลักการที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นทฤษฎีและ หลักการจากต่างประเทศ ประเทศไทยเรายังไม่มีทฤษฎีหรือหลักการในการพัฒนาเด็กที่พัฒนาขึ้นจาก ฐานข้อมูลที่มาจากเด็กไทย และบริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทย ดังนั้นคณะกรรมการวิจัยจึงได้ พยายามศึกษาและผสมผสานความรู้ตามหลักสากลกับภูมิปัญญา วิถีชีวิตและระบบคุณค่าของสังคมไทย เข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ได้หลักการ และรูปแบบในการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ แต่อย่างไรก็ตาม สามารถแบ่งแนวคิดทฤษฏี



4.จงวิเคราะห์ถึงกระบวนการพัฒนาของหลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ  อาจกล่าวได้ว่า หลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย โดยเป็นรูปแบบ ที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 0 – 3 ปี และ 3 – 6 ปี ผ่านทางการพัฒนาผู้ดูแลเด็กที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้าน รวมทั้งเสนอแนะวิธีการจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็กได้ลงมือปฏิบัติเป็นวิถีชีวิตได้เรียนรู้แบบธรรมชาติจากการปฏิสัมพันธ์กับสังคม

5.จงอธิบายถึงการนำรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย

ตอบ   1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย โดยครอบครัวเป็น รูปแบบที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 0 – 3 ปี ผ่านทางการพัฒนาพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูรูปแบบนี้ได้จัดทำสาระเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่จำเป็นและสอดคล้องกับหลักการที่เป็นพื้นฐาน
2 รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย เป็นรูปแบบที่มุ่งพัฒนา เด็กวัย 3 –6 ปี ผ่านทางการพัฒนาผู้ดูแลเด็ก รูปแบบนี้ได้กำหนดกิจกรรมประจำวันของเด็ก ซึ่งจัดไว้ อย่างมีหลักการและมีสัดส่วนสมดุลในเรื่องราวต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านรวมทั้ง เสนอแนะวิธีการจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็ก ซึ่งมีทั้งการให้เด็กลงมือปฏิบัติเป็นวิถี ชีวิต ได้เรียนรู้แบบธรรมชาติจากการปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สื่อ และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ

6.จงอธิบายถึงหลักการของการศึกษาแนววิถีพุทธในการพัฒนาคนให้เป็นผู้ที่มีความรู้
ตอบ  ตามหลักพระพุทธศาสนา บุคคลแต่ละคนมีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย จักทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่ว จักเป็นผู้รับผิดชอบของกรรมนั้น หลักดังกล่าวนี้ แสดงการเรียนรู้ที่ได้ผลเกิดจากการที่ผู้สอนรู้จักผู้เรียนแต่ละคนทั้งด้านบุคลิกลักษณะ นิสัย อุปนิสัย ความรู้สึกนึกคิด ความถนัด และผู้สอนต้องมุ่งจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนให้เต็ม ตามความสามารถของเขา

7.จงอธิบายถึงหลักของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ  พระธรรมปิฏก (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้ให้ความหมายของการศึกษาแนววิถีพุทธไว้ว่า แนววิถีพุทธ คือ พัฒนาคนให้รู้จักเป็นอยู่อย่างดี โดยสอดคล้องกับความจริงของชีวิตที่เป็นไปตามธรรมดา เราเอาความจริงของธรรมดามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนามนุษย์ที่เราเรียกว่า การศึกษา


8.จงอธิบายถึงปัจจัยของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ  พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้อธิบายว่า มนุษย์ด าเนินชีวิตได้ด้วยการเรียนรู้ และ การดำเนินชีวิตของมนุษย์ประกอบด้วยพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา “… เมื่อจะพัฒนาคนก็ต้องพัฒนา 3 ด้าน พัฒนาพฤติกรรม พัฒนาจิต และพัฒนาปัญญา…” ตามหลักการเรียนรู้ที่เป็นสากล การเรียนรู้เป็นการพัฒนาพฤติกรรม ซึ่งหมายถึง การแสดงออกทางวาจา ท่าทาง และการปฏิบัติได้จริงตามจุดประสงค์ของการเรียนรู้นั้น ๆ ด้วยเหตุนี้การจัด วางแผนการเรียนการสอนในสถานศึกษาแต่ละระดับจึงเป็นการตั้งจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมมีการพัฒนาพฤติกรรมของผู้เรียน เช่น พฤติกรรมการอ่าน การเขียน การทำงานกลุ่ม การแก้ปัญหา เป็นต้น

9.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา
ตอบ  การสร้างผู้เรียนให้เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตามแนวคิดของจิตปัญญานั้นมีการเน้น จิตใจและความงอกงามทางปัญญาของผู้เรียน การสอนที่มีประสิทธิภาพคือ การให้ผู้เรียนได้รับความรู้ อย่างมีความสุข เกิดความงอกงามทางปัญญา ต้องการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สามารถคิดค้นพัฒนาตนและสิ่งที่ตนรับผิดชอบอย่างมีคุณภาพได้ กุลยา ตันติผลาชีวะ ได้กล่าวถึงการเรียน การสอนที่บรรลุเป้าหมายต้องเป็นการสอนที่ทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ดังนี้
1.ผู้เรียนจำเนื้อหาได้
2.ผู้เรียนผ่อนคลายขณะเรียน
3.ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนด้วยการปฏิบัติการทางการคิด
4.ผู้เรียนค้นพบความรู้ด้วยตนเองและรู้ถึงความก้าวหน้าของตนจากกิจกรมการเรียน การสอน


10.จงเปรียบเทียบแนวคิดของรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยกับแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญามีความแตกต่างกันหรือความเหมือนกันอย่างไร
ตอบ  มีความเหมือนกันเพราะ หลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย และการสอนแบบจิตปัญญาจะมุ่งเน้นการสอนด้วยการให้เด็กลงมือปฏิบัติการและคิดด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่จากกิจกรรมนั้นๆและยังเกิดการปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมด้วย